ท้าพิสูจน์ไอเทมฟื้นฟูผิว ที่ครบจบในหลอดเดียวด้วย | Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum

โดย ALLYOUNG INTERNATIONAL ENTERPRISE CO., LTD. บน March 09, 2020

Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum

 

บางครั้งเราก็อยู่ในช่วงที่เรียกว่าสับสนงงงวยกับสภาพผิวที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สลับไปสลับมาจนไม่รู้ว่าต้องเอาใจเค้ายังไง อย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราไปเดินเขาคิชกูฏด้วยความที่เราพกแรงศรัทธาไปเต็ม 100 และทำเวลาในการเดินขึ้นลงได้ดีแบบสุดๆ แต่ที่สิ่งพบเจอระหว่างการเดินทางนี่คือโหดม๊าก(ก.ไก่ล้านตัวไปเลยแม่) ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากพื้นดินที่ลอยขึ้นมา รวมถึงการที่เราไปอยู่บนเขาอะเนอะการจะทำความสะอาดใบหน้าต่างๆ มันก็ไม่ได้สะดวกเท่าไหร่ 
ทำให้สิวเราผุดขึ้นมา Say Hi! กับโลกภายนอกแบบรวดเร็วกว่า 5G ซะอีก นี่ยังไม่นับปัญหาผิวแห้งและพังจากสภาพอากาศ เพราะช่วงที่เราไปขึ้นเขาสภาพอากาศอยู่ที่ประมาณ 20องศาเองคู๊นนน จะดื่มน้ำเป็นขวดๆ ก็ไม่ได้เพราะห้องน้ำก็ไม่ได้มีเยอะแยะและสะดวกสบายขนาดนั้น สรุปแล้วเราเลยได้บุญกลับมาพร้อม น้องสิวและใบหน้าที่แห้งกร้าน
โชคยังดีที่ก่อนหน้านี้ทาง ALLYOUNG ได้ส่ง Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum มาให้เราลองใช้ พอกลับมาถึงบ้านเราเลยมานั่งดูส่วนผสมแล้วพบว่า เออ...น่าสนใจดีแฮะน่าจะเป็นอะไรที่ง่ายและจบได้ในตัวเดียว (เพราะช่วงที่สิวบุกเรามักจะใช้ผลิตภัณฑ์ให้ Simple และน้อยชิ้นที่สุดเพื่อลดอาการระคายเคือง) เราเลยขอหยิบน้องคนนี้มาเม้าท์มอยให้ฟังว่าหลังจากใช้แล้วรู้สึกยังไง ส่วนผสมมีอะไรบ้าง เอาเป็นว่าไปชมกันเลยฮะ....

The Claim

Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum(50g) : 7 วันกับการทาเซรั่มสูตรเข้มข้นสามารถลดความหมองคล้ำของผิวและเรียกความชุ่มชื้นของผิวกลับมา 
Skin type : เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท 
Target skin problem : ผิวแห้งไม่ชุ่มชื้น, ผิวหมองคล้ำและหย่อนคล้อย, รูขุมขนกว้าง และ ริ้วรอยแห่งวัย

Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเข้มข้นทีเดียวเมื่อวาง Position เป็น Serum เพราะเซรั่มหลอดนี้มาในรูปแบบ Gel-Cream แต่ถึงอย่างนั้นกลับซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว และให้ความชุ่มชื้นได้กำลังดี นับว่าเป็นไอเทมที่สามารถใช้ในขั้นตอนบำรุงแบบตัวเดียวแล้วจบได้เลยสำหรับเรา
  • Scent : เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจใช้เซรั่มหลอดนี้ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่กำลังเป็นสิว เนื่องจากเค้าไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ทำให้เราสบายใจว่าจะไม่เกิดอาการแพ้ระคายเคืองจากน้ำหอมอย่างแน่นอน

  • Packaging : นับว่าเป็นบรรจุภัณฑ์เซรั่มที่ออกจะแตกต่างกับแบรนด์อื่น ไปซักหน่อยด้วยความที่มาในรูปแบบหลอดพลาสติกอะเนอะ แต่ข้อดีที่เราเห็นได้ชัดเจน คือ เราสามารถตัดหลอดมาใช้ตอนใกล้จะหมดได้ (เรียกว่าใช้จนหยดสุดท้ายเลยหละ)

Key Ingredients

  • Niacinamide : หรือ Vitamin B3 เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน อาทิ ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) และยังเป็น Whitening อีกด้วย 
  • Cyanocobalamin : หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "Vitamin B12" มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบระคายเคือง ปรับสภาพผิวให้ความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว (regenerative) และลดอาการแพ้ของผิวซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกัน
  • Trifluoroacetyl tripeptide-2 : ตัวนี้เป็นเปปไทด์ที่มีชื่อทางการค้าว่า Progeline ของประเทศฝรั่งเศส ทางผู้ผลิตเคลมว่าสามารถกดการสร้างเอนไซม์ MMP ที่เป็นเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจนในผิว เมื่อโดนยับยั้งผลคือคอลลาเจนไม่โดนสลายตัว และยังเสริมการสังเคราะห์สาร Proteoglycan ที่มีชื่อว่า Syndecan-1 ในผิวซึ่งทำงานในการรักษาสมดุลของผิว 
นอกจากนี้ยังมี Vitamin B1, B2 ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยรักษาระดับความรุนแรงของสิวได้อีกด้วยฮะ แถมยังมี Chondrus Crispus Extract ซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื้นกับเซลล์ผิว โดยมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ (Molecular film) ทำให้ผิวมีสุขภาพดี แข็งแรง พร้อมทั้งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการระคายเคือง และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับโครงสร้างเซลล์ผิวอีกด้วยUncaria Tomentosa Extract : สารสกัดจากดอกเหลืองชัชชวาล ที่มีชื่อทางการค้าว่า AC-11 ซึ่งมีงานวิจัยว่ามีคุณสมบัติในการฟื้นฟู DNA ที่เสื่อมสภาพไป ผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าสารนี้ช่วยเรื่องการสมานแผล ชะลอวัย ลดริ้วรอย และซ่อมแซม DNA ได้อีกด้วย

Let's Try...

เรียกว่านี่คือ 1 ในผลิตภัณฑ์ที่เราหยิบมาลองโดยใช้เวลาตัดสินใจน้อยที่สุดตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ อาจเพราะเราดูส่วนผสมแล้วคาดหวังผลในเรื่องการฟื้นฟูผิวจากปัญหาผิวของเราในตอนนี้ แถมยังไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมซึ่งผลลัพธ์หลังจากที่เราได้ลองใช้ Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วันพบว่า...

 Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum Before - After

 

หากสังเกตุจะเห็นว่าอาการอักเสบของสิวไม่ลุกลามมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามดูจะสงบเงี่ยมเจียมบอดี้ลงโดยลงเฉพาะบริเวณขมับ ซึ่งต้องบอกว่าจุดนี้ทางแบรนด์ไม่ได้เคลมในเรื่องการรักษาสิวนะ แต่เราดูจากส่วนผสมแล้วเราคิดว่าน่าจะมี Potential ที่จะทำได้ และเค้าก็ทำได้จริงซะด้วย
นอกจากนี้ผิวที่ดูแห้งกร้านบริเวณแก้มก็ดูจะชุ่มชื้นขึ้นตามลำดับ ส่วนในเรื่องความกระจ่างใสและรูขุมขนนั้นเรายังไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจนสามารถนำมารีวิวได้ เพราะอย่างเรื่องรูขุมขน(บริเวณจมูก) นั้นเป็นปัญหาที่เกิดจากสภาพผิว และสิวอุดตันในอดีตซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่สามารถคาดหวังว่าการทาผลิตภัณฑ์ใดๆ แค่เพียง 1 สัปดาห์จะช่วยให้มันหายไปหรอกจริงไหมครับ

Conclusion

 

จากที่เราได้ลอง | Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum มา 1 สัปดาห์ ผนวกกับการอ่านส่วนผสมที่น่าสนใจทั้งหมดแล้ว โดยรวมนับว่าเป็นไอเทมฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลา หรือไม่อยากทาผลิตภัณฑ์หลายๆ Step ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน ทำให้ค่อนข้างอ่อนโยนทีเดียวหละ ส่วนใครที่ขี้เกียจอ่านเราขอสรุปให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ :
  • ในแง่ความชุ่มชื้น : สามารถให้ความชุ่มชื้นได้กลางๆ ผิวธรรมดา-ผสม-มันน่าจะโอเค แต่ถ้าผิวแห้งเราว่าน่าจะยังไม่เพียงพอฮะ แต่จุดเด่นคือการให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนานด้วยคุณสมบัติของ Chondrus Crispus Extract ซึ่งก่อตัวเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ (Molecular film) เพื่อล็อคความชุ่มชื้นในผิวได้ดี
  • ในแง่ความกระจ่างใส : ต้องแยกคำว่า Whitening(ผิวขาว) กับ Brightening(ผิวกระจ่างใส) ออกจากกันก่อนน้า เพราะ Serum หลอดนี้เน้นในเรื่อง Brightening เป็นหลักด้วยการเติมน้ำให้ผิวและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้โครงสร้างผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอมากขึ้น เมื่อแสงตกกระทบจึงสะท้อนออกไปได้ดีกว่าผิวที่หย่อนคล้อยหรือขรุขระ
  • ในแง่การซ่อมแซมผิว : เราว่านี่คือจุดเด่นที่สุดของเซรั่มหลอดนี้ด้วยสารสกัดอย่าง Trifluoroacetyl tripeptide-2 และ AC-11 ที่มีงานวิจัยรองรับและคาดหวังผลในเรื่องการฟื้นฟู DNA ที่เสียสภาพไป และกดการสร้างเอนไซม์ MMP ที่เป็นเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจนในผิวได้จริง

ทั้งนี้ก็อย่างที่เราพูดเสมอว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น Based on สภาพผิว การดูแลผิว และไลฟ์สไตล์ของเราเป็นหลัก ซึ่งผลลัพธ์ล้วนแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ส่วนคำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม สิวจะขึ้นไหม อุดตันหรือเปล่า เราไม่สามารถตอบให้ได้เนื่องจากสภาพผิว การใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนจะเริ่มลองผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวใดก็ตาม แนะนำให้ทาบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ซัก 1 คืนเพื่อทดสอบอาการแพ้ จากนั้นค่อยขยับไปที่ใบหน้าและลำคอตามลำดับ

เซตมือใหม่ต้องลอง Swissvita Micrite 3D All Use Skin Serum >ลิงค์สินค้า 

 

 

อ๋อ! นอกจากเซรั่มแล้วเค้ายังมีผลิตภัณฑ์ที่เรามองว่าน่าสนใจอีก 2 ไอเทมอย่าง 
  • Swissvita Micrite 3D All Use Cleanser Cream ซึ่งเป็น Cleanser ที่เบสหลักคือ Amino Acid ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง จัดว่าเป็นอีกตัวที่น่าลองทีเดียวฮะ ส่วนอีกไอเทมที่เราอยากให้ลองคือก็ 
>>https://allyoung.vip/jzB5w/BROSIS
  • Swissvita Energy Enhancer Cream - SPF 50 ซึ่งเป็นกันแดดในรูปแบบ Physical Sunscreen ที่มีความน่าสนใจตรงที่ใส่สาร Antioxidant และ Anti-aging เข้ามาด้วย เอาเป็นว่าหากเราได้ลองแล้วจะมาอักเดทให้ชมแล้วกันนะครับ
>>https://allyoung.vip/5V8f3/BROSIS
สำหรับเพื่อนๆ ที่ทนไม่ไหวแล้วอยากจะลองเดี๋ยวนี้ ยังไงเดี๋ยวเราทิ้งลิงค์ไว้ให้ที่ด้านล่างเน้อ อ๋อ! แอบบอกนิดนึงว่าช่วงนี้ผลิตภัณฑ์ของทาง ALLYOUNG เค้าจัดโปรฯ ลดราคาอยู่ด้วยหละ ลองเข้าไปดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ได้เลยฮะ สุดท้ายเราก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยเน้อ ไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะค๊าบ บับบาย....
กลับหน้าแรก